PISA

PISA 2006 สัญญาณอันตราย!ไทยสอบตกด้านการศึกษา

แม้ประเทศไทยจะจัดวางระบบด้านการ ศึกษาโดยมีกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล แต่ในทุกๆ 3 ปี สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือสสวท. ร่วมกับ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD)องค์กรเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ ทำการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ ในประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ Programme for International Student Assessment (PISA) ในกลุ่มนักเรียนนอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นวัยจบการศึกษาภาคบังคับ จาก 57 ประเทศ แบ่งเป็นประเทศสมาชิก OECD 30 ประเทศ และประเทศที่ร่วมโครงการแต่ไม่ได้เป็นสมาชิก OECD 27 ประเทศ

โดยประเทศไทย เริ่มเข้าร่วมโครงการในฐานะประเทศร่วมโครงการ (ไม่ใช่สมาชิก OECD) ตั้งแต่ปี 2543 ในชื่อ PISA 2000 ซึ่งการประเมินผลนักเรียนนานาชาติจัดทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษา ว่าระบบได้เตรียมเยาวชนให้พร้อมสำหรับอนาคตหรือไม่เพียงใด เพราะคุณภาพของการศึกษาเป็นตัวชี้วัดศักยภาพของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในปี 2549 โครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA 2006 ได้ทำการประเมินผลนักเรียนจำนวนกว่า 400,000 คนจาก 57 ประเทศ ในวิชาวิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์ และในวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมาสสวท. ได้เปิดเผยรายงานจากการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ PISA 2006 ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ว่า

ผลการประเมินชี้ว่านักเรียนไทยมีเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น คือ นักเรียนจากโรงเรียนสาธิต ที่มีผลการประเมินทุกด้านทัดเทียมกับนักเรียนจากประเทศสมาชิก OECD ส่วนกลุ่มอื่นๆ อยู่ในระดับอ่อนมาก โดยเฉลี่ยคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนไทยอยู่ในระดับที่ต้องการดูแลจากทุก ฝ่ายเพื่อยกระดับอย่างเร่งด่วน

แบ่งตามประเภทวิชาวิทยาศาสตร์ ประเมินความรู้และการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน มีคะแนนเฉลี่ย OECD เป็นคะแนนที่มาตรฐาน 500 และรายงานเป็นระดับการรู้วิทยาศาสตร์ กำหนดให้ระดับ 1 ต่ำสุด จนถึงระดับ 6 สูงสุด พบว่า นักเรียนไทยอยู่ในกลุ่มต่ำ มีคะแนนเฉลี่ย 421 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ถึง 79 คะแนน อยู่ในอันดับระหว่าง 44-47 จาก 57 ประเทศ แสดงว่านักเรียนไทย 46% รู้วิทยาศาสตร์ต่ำกว่าระดับพื้นฐาน โดยนักเรียนโรงเรียนสาธิต เป็นกลุ่มเดียวที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD

ด้านวิชาการอ่าน มีความหมายรวมไปถึงการเข้าใจความหมายของคำ การคิดวิเคราะห์ ตีความแปลความหมาย สะท้อนและประเมินสาระที่อ่าน กำหนดให้ระดับ 1 ต่ำสุด จนถึงระดับ 5 สูงสุด และระดับ 2 เป็นระดับพื้นฐาน พบว่า คะแนนเฉลี่ยการอ่านของไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD มีคะแนนเฉลี่ย 417 อยู่ในอันดับระหว่าง 41-42 จาก 57 ประเทศ มีประเภทสมาชิก OECD ประเทศเดียวที่มีคะแนนต่ำกว่าไทย คือเม็กซิโก ส่วนประเทศที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 คือเกาหลี โดยการอ่านของนักเรียนชายไทยอยู่ที่ระดับ 1 ส่วนนักเรียนหญิงอยู่ในระดับ 2 โดยนักเรียนโรงเรียนสาธิต 96% มีการอ่านสูงกว่าระดับพื้นฐาน

วิชาคณิตศาสตร์ ประเมินด้านความรู้คณิตศาสตร์ในลักษณะที่เป็นฐานที่มั่นคง และสามารถใช้ในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเผชิญหน้ากับปัญหาในโลก กำหนดให้ระดับ 1 ต่ำสุด จนถึงระดับ 6 สูงสุด และระดับ 2 เป็นระดับพื้นฐาน โดยคะแนนเฉลี่ยนักเรียนไทย ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD อยู่ในอันดับระหว่าง 43-46 จาก 57 ประเทศ มีประเทศสมาชิก OECD ประเทศเดียวที่มีคะแนนต่ำกว่าไทยคือเม็กซิโก ส่วนประเทศที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 คือ จีน “ไทเป โดยคะแนนระหว่างนักเรียนชายและหญิงไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก คือ 55.3% และ 51.4% ตามลำดับ แต่เฉลี่ยนนักเรียนไทยรู้คณิตศาสตร์ต่ำกว่าระดับพื้นฐาน โดยนักเรียนโรงเรียนสาธิตมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ในระดับ 6 ประมาณ 4%

ส่งผลให้ผลการประเมินนักเรียนไทยอยู่ในกลุ่มต่ำทั้งวิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์ โดยนักเรียนประมาณ 50% หรือมากกว่า มีความรู้และทักษะไม่ถึงระดับพื้นฐาน และพบว่า คะแนนเฉลี่ยลดลงอย่างต่อเนื่องจาก PISA 2000 ทุกวิชา

นอกจากนี้ PISA ยังสำรวจปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา (นอกเหนือจากความแปรปรวนระหว่างโรงเรียน) ปัจจัยที่สำคัญได้แก่ ระดับการให้งบประมาณจากรัฐ โดยพบว่าประเทศทั่วไปที่โรงเรียนมีอิสระในการบริหารจัดการ การตัดสินใจใช้งบประมาณ นักเรียนมักมีผลการประเมินเฉลี่ยสูงกว่า , การแข่งขันของโรงเรียนเพื่อรับนักเรียน โดยพบว่าประเทศที่มีการแข่งขันกันมาก นักเรียนยิ่งมีคะแนนเฉลี่ยสูง (แต่ประเทศไทยมีผลตรงข้าม) ,โรงเรียนที่มีทรัพยากรโรงเรียน มีครูที่พอเพียง มีทรัพยากรการเรียนที่มีคุณภาพ มีผลต่อการเรียน โดยประเทศกลุ่มคะแนนสูง เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น โปแลนด์ สเปน ไม่มีปัญหาขาดแคลนครู ส่วนประเทศไทยมีนักเรียนกว่า 20 คนต่อครู 1 คน เป็นต้น

อย่างไรก็ดีผลการประเมินครั้งนี้ น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทุกหน่วยงานมองข้ามไม่ได้ ในการพัฒนาระบบการศึกษาไทย และเพิ่มศักยภาพของนักเรียนไทยต่อไป…  ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ

ปี 2012  ประเทศไทยต้องสอบ  คณิตศาสตร์ เราจะเตรียมพร้อมอย่างไร
ครู-นักเรียนที่สนใจ ดาวน์ โหลดตัวอย่างข้อสอบที่นี่
เป็นเพียงแนวเท่านั้นนะครับ ที่ทาง สสวท.ได้ทำไว้ให้ดูกัน

<a title=”View PISA Math on Scribd” href=”http://www.scribd.com/doc/35656439/PISA-Math&#8221; style=”margin: 12px auto 6px auto; font-family: Helvetica,Arial,Sans-serif; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 14px; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal; -x-system-font: none; display: block; text-decoration: underline;”>PISA Math</a> <object id=”doc_291847361641803″ name=”doc_291847361641803″ height=”500″ width=”100%” type=”application/x-shockwave-flash” data=”http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf&#8221; style=”outline:none;” rel=”media:document” resource=”http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=35656439&access_key=key-1x7u66lr9jkjx7wcqm29&page=1&viewMode=list&#8221; xmlns:media=”http://search.yahoo.com/searchmonkey/media/&#8221; xmlns:dc=”http://purl.org/dc/terms/&#8221; >        <param name=”movie” value=”http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf”>        <param name=”wmode” value=”opaque”>         <param name=”bgcolor” value=”#ffffff”>         <param name=”allowFullScreen” value=”true”>         <param name=”allowScriptAccess” value=”always”>         <param name=”FlashVars” value=”document_id=35656439&access_key=key-1x7u66lr9jkjx7wcqm29&page=1&viewMode=list”>         <embed id=”doc_291847361641803″ name=”doc_291847361641803″ src=”http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=35656439&access_key=key-1x7u66lr9jkjx7wcqm29&page=1&viewMode=list&#8221; type=”application/x-shockwave-flash” allowscriptaccess=”always” allowfullscreen=”true” height=”500″ width=”100%” wmode=”opaque” bgcolor=”#ffffff”></embed>     </object>

จุดประสงค์ ของการประเมินการรู้เรื่องคณิตศาสตร์ของ OECD/PISA ก็เพื่อจะศึกษาว่าเยาวชนอายุ 15 ปี
จะสามารถเป็นประชาชนที่รับรู้สาระ มีข้อมูลข่าวสาร และเป็นผู้บริโภคที่ฉลาดเพียงใด พลเมืองของทุกชาติ
ในปัจจุบันจะต้องเผชิญกับภารกิจที่ต้องใช้แนวคิดทางคณิตศาสตร์ เป็นต้นว่าการรับรู้ข่าวสารทุกวันนี้
เต็มไปด้วยสาระในรูปแบบต่างๆ ทั้งในรูปตาราง แผนผัง กราฟ ทั้งในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับดินฟ้าอากาศ
เศรษฐกิจ การแพทย์ การกีฬา ฯลฯ ประชาชนถูกโหมด้วยสาระในประเด็นต่างๆ เป็นต้นว่าก๊าซเรือนกระจก
และโลกร้อน การเพิ่มขึ้นของประชากร การลดลงของอาหาร ป่าไม้ ชีวิตชนบทที่สูญหายไป นอกจากนี้
ประชาชนยังต้องอ่านสิ่งต่างๆ เป็นต้นว่า แบบฟอร์ม กำหนดการ ตารางเวลา ตารางค่าโดยสารรถไฟ
การแลกเปลี่ยนเงิน และการคิดราคาเพื่อที่จะให้การซื้อแต่ละครั้งได้ประโยชน์สูงสุด การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ของ
OECD/PISA จึงให้จุดเน้นที่สมรรถนะของเยาวชนอายุ 15 ปี ในการใช้ความรู้คณิตศาสตร์และความเข้าใจ
เพื่อช่วยให้เข้าใจประเด็นหรือความจำเป็นต่างๆ มีความหมายและทำให้ภารกิจนั้นๆ สำเร็จลุล่วงไป
กรอบการประเมินผลการรู้คณิตศาสตร์
จุดมุ่งหมายหลักๆ ของการประเมินผลของ PISA ก็เพื่อต้องการพัฒนาตัวชี้วัดว่าระบบการศึกษาของประเทศ
ที่ร่วมโครงการสามารถให้การศึกษาเพื่อเตรียมตัวเยาวชนอายุ 15 ปีให้พร้อมที่จะมีบทบาทหรือมีส่วนสร้างสรรค์
และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพในสังคมได้มากน้อยเพียงใด การประเมินของ PISA มีจุดหมายที่มองไปใน
อนาคตมากกว่าการจำกัดอยู่ที่การวัดและประเมินผลตามหลักสูตรที่นักเรียนได้ เรียนในปัจจุบัน และการ
ประเมินผลก็มุ่งความชัดเจนที่จะหาคำตอบว่านักเรียนสามารถนำสิ่งที่ได้ศึกษา เล่าเรียนในโรงเรียนไปใช้ใน
สถานการณ์ที่นักเรียนมีโอกาสที่จะต้องพบเจอในชีวิตจริงได้หรือไม่อย่างไร PISA ได้ให้ความสำคัญกับ
ปัญหาในชีวิตจริง ในสถานการณ์จริงในโลก (คำว่า “โลก” ในที่นี้หมายถึง สถานการณ์ของธรรมชาติ สังคม
และวัฒนธรรมที่บุคคลนั้นๆ อาศัยอยู่)
ปกติคนเราจะต้องพบกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น การจับจ่ายใช้สอย การเดินทาง การทำอาหาร การจัดระเบียบ
การเงินของตน การประเมินสถานการณ์ การตัดสินประเด็นปัญหาทางสังคมการเมือง ฯลฯ ซึ่งความรู้
คณิตศาสตร์สามารถเข้ามาช่วยทำให้การมองประเด็น การตั้งปัญหา หรือการแก้ปัญหามีความชัดเจนยิ่งขึ้น
การใช้คณิตศาสตร์ดังกล่าวนั้น แม้จะต้องมีรากฐานมาจากทักษะคณิตศาสตร์ในชั้นเรียน แต่ก็จำเป็นต้องมี
ความสามารถในการใช้ทักษะนั้นๆ ในสถานการณ์อื่นๆ นอกเหนือไปจากสถานการณ์ของปัญหาคณิตศาสตร์
ล้วนๆ หรือแบบฝึกคณิตศาสตร์ที่เรียนในโรงเรียนที่นักเรียนจะสามารถคิดอยู่ในวง จำกัดของเนื้อหาวิชา
โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงมากนัก แต่การใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตจริงนักเรียนต้องรู้จักสถานการณ์ หรือ
สิ่งแวดล้อมของปัญหา ต้องเลือกตัดสินใจว่าจะใช้ความรู้คณิตศาสตร์อย่างไร

ที่ มา: เว็บไซต์กลุ่มสาระกาเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์
http://math.sura.ac.th/html/modules.php?name=News&file=article&sid=4

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: