การนำไปใช้

กระทรวงศึกษาธิการ (2539: 28 – 35) ได้เสนอแผนพัฒนาการประเมินนักเรียน ไว้ว่า ครูจะต้องพิจารณาว่าจะประเมินอะไร อย่างไร จะทำอะไรกับข้อมูลที่ได้รับเมื่อพบในครั้งแรกว่ามีงานจำนวนมากมาย การพัฒนาพิมพ์เขียน (Blue Print) การประเมินเป็นวิธีการที่ดีวิธีหนึ่งที่จะทำให้สามารถมองภาพการประเมินทั้งหมดได้ และถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรม แล้วนำมาอภิปรายกับครูและผู้ร่วมงานถึงแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อปรับปรุง ตกแต่งภาพรวมของการประเมินทั้งหมด การจัดทำพิมพ์เขียนในการวางแผนการประเมินจะช่วยให้ครูและผู้บริหารตัดสินใจว่าจำเป็นต้องใช้ยุทธวิธีใด ท้ายที่สุดจะมีวีใดหรือไม่ที่ตอบสนองความสนใจของนักเรียนได้ดีที่สุด แม้ว่าจะมีในการประเมินผลอย่างเป็นทางการของครู หรือของโรงเรียนจะต้องสอบด้วยข้อสอบมาตรฐานที่สอบคนจำนวนมาเพื่อการประเมนรับรองคุณภาพความรู้ของนักเรียน แต่ครูก็ยังมีความต้องกาข้อมูลที่เป็นผลของการปฏิบัติของเด็กด้วย เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาการเรียนการสอน ทั้งสองส่วนจะต้องมีความสัมพันธ์กับแผนการประเมินโดยภาพรวม ทั้งนี้เพื่อครูจะได้วางแผนการทำงานได้ชัดเจน และนำผลการประเมินไปพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล และมีความมั่นใจในการนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ดีที่สุด ข้อมูลทั้งหมดจะเป็นประโยชน์แก่นักเรียนเมื่อจบการศึกษาออกไปจากโรงเรียนแล้วอีกด้วย

1) จุดประสงค์และเป้าหมายการประเมินคืออะไร

ประเมินพัฒนาการและผลการเรียนรู้

–        สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้

–        สะท้อนพัฒนาการในโดเมนและหัวข้อการเรียนรู้ทังหมด

ฯลฯ

8) ใช้เกณฑ์อะไรประเมินผลผลิต

–      จุดประสงค์การเรียนรู้

–      พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานวิชา

–       จุดประสงค์ของหลักสูตร

[

[

2) จะประเมินอะไร
พัฒนาในด้าน

–        ศิลปะและดนตรี

–        พัฒนาการทางร่างกาย

–        คณิตศาสตร์

–        วิทยาศาสตร์

–        สังคมและวัฒนธรรม

–        พัฒนาการทางบุคลิกภาพ

หัวข้อการเรียนรู้

–        ความรู้

–        ทักษะ

–        ความรู้สึก เจตคติ

–        คุณลักษณะ

ฯลฯ

Z

7) ข้อมูลประเมินและบันทึกประมวลจัดการอย่างไร

–      รายการกระบวนการ

–      เอกสารสำคัญของแฟ้มสะสมงาน

–      การบันทึกข้อมูลรวม

–      เก็บข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์

แผนงาน

การประเมินตามสภาพจริง

Z

[

6) จะลงมือประเมินเมื่อไรและที่ไหน

–      ระหว่างนักเรียนทำกิจกรรม

–      ระหว่างการทำงานกลุ่ม/โครงงาน

–      นอกเวลาเรียน/โรงอาหาร

–      เหตุการณ์/งานพิเศษ

–      การประชุมสัมมนา

–      เช้า/บ่าย

–      วันใดของสัปดาห์

–      เวลาว่าง/เวลาพัก

ฯลฯ

Z

5) ใครเกี่ยวข้องบ้าง

–        นักเรียน

–        ผู้ปกครอง

–        ครูประจำชั้น

–        นักวิชาการอื่นๆ

–        อื่นๆ

3) ทำอย่างไรจึงจะได้พัฒนาการและความสามารถของเด็กปรากฏให้เห็น

–        รูปแบบการทำนายพัฒนาการและการเรียนรู้

–        สิ่งที่นักเรียนเลือกทำระหว่างนักเรียนกับสื่อ เพื่อนร่วมห้องและผู้ใหญ่

–        – ผลของการแสองออกและผลผลิตของนักเรียน

Z

4) จะใช้ยุทธศาสตร์ เทคนิควิธีใดบ้าง

–        การสังเกต

–        การบันทึก

–        พฤติกรรม

–        แบบสำรวจรายการ

–        มาตราส่วนประมาณค่า

–        เครื่องมือวินิจฉัยข้อบกพร่อง

–        อื่นๆ

Z

ภาพประกอบที่ 1  พิมพ์เขียวแผนการประเมินตามสภาพจริง

ที่มา: กระทรวงศึกษาธิการ.  (2539)  การประเมินผลจากสภาพจริง. หน้า 30.

เมื่อยกร่างพิมพ์เขียว ท่านจะต้องพร้อมที่จะพิจารณารายละเอียดแต่ละลักษณะองค์ประกอบเพื่อวางแผนประจำวัน นอกจากนี้ในภาพประกอบที่… จะแสดงตารางในการวางแผนในขั้นการพัฒนาโดเมน ซึ่งอาจจะจำเป็นต้องการวางแผนเฉพาะด้านดังนี้

ขอบเขตที่ต้องการพัฒนา

 

ความรู้

ทักษะ

ความรู้สึก

คุณลักษณะ

คณิตศาสตร์

การแสดงออก
ผลผลิต
กระบวนการ
แฟ้มสะสมงาน

วิทยาศาสตร์

การแสดงออก
ผลผลิต
กระบวนการ
แฟ้มสะสมงาน

ภาพประกอบที่  2  ตัวอย่างตารางสองทางของแผนการประเมิน

ที่มา: กระทรวงศึกษาธิการ.  (2539)  การประเมินผลจากสภาพจริง. หน้า 31.

การประเมินผลที่ดีที่สุดจะต้องแสงดออกถึงการปฏิบัติ กระบวนการ และผลผลิตซึ่งมีการวางแผนเก็บข้อมูลย่อยๆ เป็นรายวัน เพื่อสะสมทำเป็นรายงานที่สมบูรณ์ในเวลาว่า การจัดทำพิมพ์เขียวสำหรับการวางแผนการประเมินสภาพจริงดังภาพประกอบที่…. เป็นวงจรที่แสดงกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ จะเริ่มต้นจากการกล่าวถึงวัตถุประสงค์เป็นอันดับแรก โดยเน้นจุดสำคัญคือ

  1. 1.      การกำหนดจุดประสงค์การประเมิน

จุดประสงค์สำคัญของการประเมินตามสภาพจริง คือ การแสวงหาข้อมูลการแสดงออกของนักเรียนตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์เรียนรู้ของนักเรียนและเพิ่มพูนศักยภาพ รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะพัฒนาการเรียนการสอนและหลักสูตร โดยจะต้งอมีการวางแผน กรอบ ตารางการใช้เครื่องมือ และกระบวนการประเมินตลอดภาคเรียน รวมทั้งการตอบสนองวัตถุประสงค์ที่ต้องการประเมิน

  1. 2.      การกำหนดขอบเขต (Domains) การประเมิน

มาร์สเด้น, เมเซลส์, สตีล และจาคอบ (กระทวงศึกษาธิการ. 2539: 32. อ้างอิงจาก marsden, Meisels, Steele & Jacob. 1993) เสนอแนะถึงขอบเขตที่สมควรได้รับการพัฒนาจัดการศึกษาให้แก่เด็กเล็กๆ เช่น ขอบเขตเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลิกภาพและสังคม ความสามารถทางด้านภาษา ความสามารถทางการคิดทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ความเข้าใจสังคมและวัฒนธรรม ดนตรีและศิลปะ พัฒนาการทางร่างกาย

ขอบเขตเหล่านี้จะนำไปใช้โดยระบบตัวอย่างงาน โครงงาน ภาระงาน ซึ่งระบบดังกล่าวจะต้องทำสาระให้ง่าย และมีประสิทธิภาพในการประเมินตามสภาพจริง

การวางแผนกำหนดขอบเขตการประเมินจะต้องพิจารณาเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดกับนักเรียน ความเชื่อมโยง การพัฒนาการเรียนรู้ระหว่างวิชาต่างๆ ในหลักสูตร โดยพิจารณาลำดับการเรียนรู้ โดยเริ่มจากความตระหนักไปสู่แผนให้ครอบคลุมหัวข้อการเรียนรู้ต่อไป เป็นเป้าหมายของพฤติกรรมในขอบเขตต่างๆ เช่น

2.1   ความรู้ (ข้อเท็จจริง ความคิดรวบยอก แนวคิด คำศัพท์ เรื่องราว และเนื้อหาสาระ)

2.2   ทักษะและกระบวนการ (ทางด้านร่างกาย สังคม การพูด การคำนวณ การวาดภาพ การคิด การให้เหตุผล การแก้ปัญหา ยุทธศาสตร์ การเป็นผู้นำ การสื่อสาร การตัดสินใจ การพึ่งต้นเอง เป็นต้น)

2.3   ความรู้สึก (ความพอเพียง ความปลอดภัย ความเป็นเจ้าของ ความเชื่อมั่น ความรู้สึกต่อคนอื่นๆ โรงเรียน ครู และการเรียนการสอน เป็นต้น)

2.4   คุณลักษณะ (ความอยากรู้อยากเห็น ความคิดสร้างสรรค์ คิดหาเหตุผล ความร่วมมือ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความต้องการสำรวจ ค้นคว้า การใช้ความรู้ใหม่ เป็นต้น)

  1. 3.      ยุทธวิธีหรือเทคนิคที่ใช้

3.1        การทดสอบอย่างเป็นทางการ

การประเมินอย่างเป็นทางการอาจจะหมายถึงการประเมินด้วยข้อสอบมาตรฐาน ซึ่งแตกต่างจากข้อสอบที่ครูสร้างขึ้นใช้ในการเรียนการสอน จะครอบคลุมไปถึงว่าทำอย่างไร เมื่อใด ใครทำ และกำหนดเวลาเมื่อใด ผลการสอบจะออกมาเป็นคะแนนที่โดยมาจะเปรียบเทียบกับกลุ่ม ข้อสอบดังกล่าวโดยมากจะเป็นข้อสอบมาตรฐานที่จะทำขึ้นโดยหน่วยงานสำหรับพัฒนาข้อสอบมาตรฐานโดยเฉาพะ ซึ่งกระทรวง จังหวัด หรือโรงเรียนกำหนดให้มีการสอบเพื่อดูคุณภาพการศึกษา เช่น ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ข้อสอบวัดความพร้อม ข้อสอบวินิจฉัยข้อบกพร่อง ข้อสอบวัดความถนัด ข้อสอบวัดความสามารถทางวิชาการ เป็นต้น

สำหรับการจัดสอบอย่างเป็นทางการในการสอบปลายภาคในระบบการเรียนการสอนปัจจุบันนั้น คือ การสอบด้วยข้อสอบที่ครูสร้างขึ้น โดยมากครูมักจะใช้เฉพาะข้อสอบแบบเลือกตอบเท่านั้น จึงควรจะมีการสอบที่ให้นักเรียนได้แสดงความสามารถที่แท้จริงเพื่อตอบสนองจุดประสงค์การเรียนรู้ในลักษณะต่างๆ เช่น ให้นักเรียนเขียนบรรยายการอ่าน ย่อความ รวมทั้งให้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยข้อสอบภาคปฏิบัติ (Performance Test) เช่น การพิมพ์ดีด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในหลักการของการประเมินตามสภาพจริงนั้น จะลดความสำคัญของการสอบอย่างเป็นทางการที่จัดสอบในช่วงเวลาสั้นๆ ลง และให้มีสัดส่วนของคะแนนจากการสอบปลายภาคเป็นเพียงส่วนน้อยของการประเมินผลรวมเท่านั้น

3.2        การประเมินอย่างไม่เป็นทางการ

การประเมินตามสภาพจริงเน้นการประเมินอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งมีลักษณะสำคัญโดยสรุปดังนี้

–         อยู่บนพื้นฐานของการปฏิบัติ

–         ให้ความสำคัญกับจุดเด่นของนักเรียน

–         อยู่บนพื้นฐานของสถานการณ์ที่เป็นจริง

–         เน้นทักษะที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน

–         เป็นการเรียนอย่างมีความหมาย

–         สัมพันธ์กับการเรียนการสอน

–         ใช้ได้ตลอดเวลากับทุกสถานการณ์ ที่บ้าน โรงเรียน และชุมชน

–         แสดงภาพรวมของการเรียนรู้ และสมรรถภาพของเด็ก

–         อยู่บนพื้นฐานของหลักสูตรที่เป็นสภาพชีวิตจริง

–         เอื้ออำนวย สนับสนุน ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กทุกด้าน

คุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น เสนอแนะว่าการประเมินจะมีครูเป็นสื่อกลาง เด็กเป็นศูนย์กลาง ต้องผนึกอยู่กับหลักสูตร ดำเนินการตลอดเวลา และสะสมเรื่อยๆ รวมทั้งขึ้นอยู่กับทฤษฎีพัฒนาการของเด็ก

ยุทธวิธีการประเมินที่ไม่เป็นทางการจะเน้น “4P” ของการบวนการประเมินตามสภาพจริง คือ การปฏิบัติ (Performance) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Product) และแฟ้มสะสมงาน (Portfolio)

การประเมินเหล่านี้แม้จะไม่เป็นทางการ แต่จะต้องมีการกำหนดเกณฑ์การประเมิน (Rubric) เพื่อความมั่นใจในความยุติธรรมและสามารถแปลผลได้ การประเมินอย่างไม่เป็นทางการจึงเกิดการแสวงหาความวิธีการที่หลากหลาย ทั้งนี้การประเมินจะต้องสามารถ

–         ผนึกเข้าไปในหลักสูตรที่สอดคล้องกับชีวิตจริง และสอดคล้องกับเป้าหมายและจุดประสงค์

–         ชี้นำความรู้ที่เด็กเกิดพัฒนาการและเรียนรู้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

–         แสวงหาตัวอย่างที่เป็นตัวแทนทุกขอบเขตของเนื้อหาสาระ

–         เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนและโครงการเรียนของนักเรียน

–         ดำเนินการตลอดเวลา และสะสมมาจากการสังเกตพฤติกรรมหลายๆ ด้าน และตัวอย่างของผลผลิตของเด็ก

–         แสดงออกถึงวัฒนธรรมและวิธีการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคน

–         เกิดความเชื่อถือและไว้วางใจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการประเมิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างเพื่อนนักรเยนและผู้ปกครอง

  1. 4.      จะนำข้อมูลมาประมวลอย่างไร จะเก็บและจะรายงานอย่างไร

เมื่อวางแผนการประเมินภาพรวมอย่างรอบคอบ และครอบคลุมแนวทางที่ให้เกิดความเชื่อมั่น ความเที่ยงตรง และความเป็นปรนัย รวมทั้งกำหนดขอบเขตการประเมินแล้ว จะต้องกำหนดเกณฑ์ที่แสดงถึงความก้าวหน้า หรือความสามารถที่ต้องการประเมิน และท่านจะต้องสำรวจเทคนิควิธีเพื่อรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแสงดออกของนักเรียน เทคนิคการประเมินที่เหมาะสมสำหรับครูใช้ตลอดเวลามีหลายประการ เช่น การสังเกต การบันทึกพฤติกรรม แบบสำรวจรายการ การสุ่มเวลาและเหตุการณ์ การสัมภาษณ์ การสุ่มตัวอย่างผลงานนักเรียน เป็นต้น

นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้อาจจะรวมถึง การเยี่ยมบ้านนักเรียน การตอบคำถามของผู้ปกครอง การบันทึกข้อมูลตลอดเวลา และการศึกษาเด็กเฉพาะกรณี ยุทธวิธีที่กล่าวถึงตอนท้ายนี้ต้องการใช้ข้อมูลและเวลาจำนวนมาก ครูส่วนมากจะนำมาใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น

ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ (2548: 14 – 18) ได้กล่าวถึงการออกแบบการวัดและประเมินตามสภาพจริง ว่าจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญที่มีความสัมพันธ์ คือ จุดประสงค์การเรียนรู้ตามหลักสูตรการเรียนการสอน หรือการจัดการเรียนรู้ และการประเมินผล ดังภาพประกอบที่ 3

ภาพประกอบที่ 3 ความสัมพันธ์ของจุดประสงค์การเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอน และการประเมินผล

ที่มา: กระทรวงศึกษาธิการ.  (2548).  การประเมินตามสภาพจริง = Authentic Assessment Approach.  หน้า 14.

ลักษณะข้างต้น ก็คือ การกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมทุกด้าน ทั้งความรู้ ทักษะ และเจตคติ จากนั้นจึงออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเก่ง ดี มีความสุข และนำสู่ประบวนการวัดและประเมินผลให้ครบถ้วนตามเป้าหมาย

การจัดการเรียนรู้ อาจดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. กำหนดผลการเรียนที่คาดหวังของผู้เรียน (Learning Outcome)
  2. กำหนดสาระการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
  3. กำหนดหน่วยการเรียนรู้
  4. พัฒนาเทคนิควิธีการเรียนรู้
  5. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
  6. การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง
  7. กำหนดบทบาทผู้เรียน ครู และผู้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการเรียนรู้

การออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยคำนึงถึงการประเมินผลเพื่อนำผลไปปรับปรุงการเรียนรู้ต่อไปอีก อาจกำหนดขั้นตอนดังนี้

  1. กำหนดกลุ่มวิชา รายวิชา
  2. การกำหนดคำอธิบายรายวิชาหรือสาระการเรียนรู้
  3. การกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
  4. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เป็นหน่วยการเรียนรู้ให้สามารถลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้
  5. การมอบหมายงาน เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสสร้างความรู้ โครงงาน ชิ้นงาน
  6. การวัดและประเมินตามสภาพจริง ต้องสอดคล้องกับการจัดกาเรียนรู้ และการนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง
  7. การออกแบบสื่อเพื่อเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้
  8. การออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
  9. การกำหนดรูปแบบการคิดวิเคราะห์ ฝึกการคิดเชิงระบบ
  10. บทบาทครู ในฐานะผู้เอื้ออำนวยความสะดวงและเป็นที่ปรึกษา
  11. บทบาทผู้เรียน เป็นผู้ลงมือปฏิบัติ แสวงหาความรู้ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการวัดและประเมินผล

การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง จะนำไปสู่การค้นหาความสามารถ ทักษะการคิดเชิงระบบ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การค้นหาจุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนา เพื่อความก้าวหน้าและมีสุข การวัดและประเมินผลจึงควรคำนึงถึงต่อไปนี้

  1. ให้ผู้เรียนมีโอกาสแสดงออก สร้างสรรค์ ผลิตผลงานทำงาน
  2. กระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงความคิดชั้นสูง กระบวนการคิดที่ซับซ้อนและทักษะเพื่อการแก้ปัญหา
  3. ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนต้องเป็นผลที่ได้รับจากการวัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องสัมพันธ์กับสภาพที่เป็นจริงในชีวิต
  4. ส่งเสริมหรือกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์เข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงตามธรรมชาติและสถานการณ์จริง
  5. ตรวจวัดและตัดสินโดยอิงหลักเกณฑ์

ส่วนประกอบที่สำคัญในการออกแบบการวัดและประเมิน คือ

1        ตัวบ่งชี้ศักยภาพ

ระบุตัวบ่งชี้ที่สอดคล้องกับวิธีการประเมิน

2        วิธีการ

2.1       การสังเกตขณะผู้เรียนทำกิจกรรม

2.2       การซักถาม

2.3       การร่วมกันอภิปรายสรุป

2.4       การพิจารณาของผลงาน

2.5       การตรวจแบบฝึกหัด

2.6       การใช้แบบทดสอบ

2.7       การให้แฟ้มคุณภาพผลงาน

2.8       บันทึกทักษะการเรียนรู้

3        เครื่องมือ

3.1       แบบสังเกตการทำงาน

3.2       คำถามที่กระตุ้นการคิดค้นคว้า

3.3       แบบสังเกต ระบุประเด็นหลักๆ การอภิปราย

3.4       แบบตรวจสอบรายการ ขั้นตอนของกระบวนการ ตั้งแต่ต้นจนผลงานสำเร็จ

3.5       เฉลยแบบฝึกหัด

3.6       ข้อทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก

3.7       ตัวอย่างของผลงงานที่สะท้อนทักษะการเรียนรู้ วิธีคิดของผู้เรียน

3.8       แบบบันทึกการเรียนรู้ส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียน

4        แหล่งข้อมูล

ระบุแหล่งข้อมูลที่ประเมิน เช่น ผลงานตัวนักเรียน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: