มาตรฐานการประเมินผู้เรียน

เรียบเรียงและนำเสอน (อีกครั้ง) โดย นฤพนธ์ สายเสมา

คุณครูควรต้องคำนึงถึงมาตรฐานการประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนของเราด้วย ฝรั่งเขากำหนดไว้ 4 ด้าน รวม 28 มาตรฐาน พร้อมให้รายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ

กูลลิคสัน (Gullickson. 2000; อ้างอิงจาก สุวิมล  ว่องวาณิช.  2546.  การประเมินผลการเรียนรู้แนวใหม่.  หน้า 65 – 82) ชี้ให้เห็นความจำเป็นของมาตรฐานการประเมินนักเรียน โดยการแสดงเหตุผลสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการด้านมาตรฐานของการประเมินผลทางการศึกษาว่า “พันธกิจของคณะกรรมการในด้านการกำหนดมาตรฐานบนฐานของการปฏิบัติงานและกระบวนการประเมินที่เชื่อถือได้” โดยหลักการของคณะกรรมการมี 4 ประการ ได้แก่ (1) การศึกษาตลอดชีวิตเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนและทุกสถาบันที่อยู่ในสังคมและตัวสังคมเอง (2) การประเมินเป็นสิ่งที่บูรณาการและหลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกส่วนของการศึกษา (3) การประเมินที่ดำเนินการ เผยแพร่ และนำผลไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องเหมาสม จะช่วยปรับปรุงการศึกษาโดยทั่วไป ตลอดจนปรับปรุงโปรแกรม ผลผลิต และสิ่งต่างๆ ที่ถูกประเมิน (4) มาตรฐานการประเมินมีบทบาทสำคัญในการทำให้มั่นใจในมาตรฐานของการประเมินผลทางการศึกษา

การประเมินนักเรียนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานักเรียน และใช้ในการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การรับสมัคร การให้เกรด การเรียนการสอน การให้รางวัล เป็นต้น การประเมินนักเรียนที่เชื่อถือได้จะช่วยสนองความต้องการจำเป็นหลายประการ ทั้งการตัดสินจ้างบุคลากร การประเมินครู โรงเรียน หลักสูตร นโยบายโรงเรียน และการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม การประเมินนักเรียนที่ดำเนินการไม่ถูกต้องจะส่งผลกระบทมากมาย โดยเฉพาะเมื่อผลการประเมินถูกนำไปใช้ในการตัดสินใจที่ส่งผลกระบทต่ออนาคตของนักเรียนอย่างสูง (High Stake) เพราะฉะนั้นนักการศึกษาทุกคนจึงจำเป็นต้องทำการประเมิน และให้ผลการประเมินที่ถูกต้องแก่นักเรียน (สุวิมล  ว่องวาณิช.  2546: 75)

คณะกรรมการร่วมด้านมาตรฐานการประเมินผลทางการศึกษา (The Joint Committee on Standards for Educational Evaluation) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1975 เป็นการรวมตัวของนักวิชาการด้านการประเมินที่สนใจพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานการประเมิน 2 ชุดแล้ว ชุดแรกเป็นมาตรฐานการประเมินบุคลากร (The Personnel Evaluation Standards) ในปี ค.ศ.1988 และชุดที่ 2 คือ มาตรฐานการประเมินโครงการ (The Program Evaluation Standards) (ปรับปรุงครั้งที่ 2) ในปี ค.ศ.1994 คณะกรรมการนี้ได้รับการรับรองจากสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของอเมริกา (The American National Standards Institute: ANSI) และมาตรฐานที่คณะกรรมการนำเสนอได้รับการรับรองจาก ANSI ให้เป็นมาตรฐานแห่งชาติของอเมริกา คณะกรรมการภายใต้การทำงานที่มีกูลลิคสันเป็นประธานคณะกรรมการในการจัดทำมาตรฐานการประเมินนักเรียน (The Student Evaluation Standards) ซึ่งเป็นมาตรฐานชุดที่ 3 ของคณะทำงานเหล่านี้

มาตรฐานการประเมินนักเรียน ที่พัฒนาขึ้นโดยคณะกรรมการชุดนี้ประกอบกอบด้วยมาตรฐาน 4 ด้าน รวม 28 มาตรฐาน (The Joint Committee on Standards for Educational Evaluation. 2003. Online; สุวิมล  ว่องวาณิช.  2546. 77 – 80) ดังนี้

มาตรฐานด้านความเหมาะสม (Property Standards)

มาตรฐานด้านความเหมาะสมช่วยให้มั่นใจว่าการประเมินนักเรียนจะมีการดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักการ จรรยาบรรณ โดยคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ของนักเรียนที่ถูกประเมิน และผู้ได้รับผลกระทบจากการประเมิน มี 7 มาตรฐาน ได้แก่

P1:       การบริการแก่นักเรียน (Service to Students) การประเมินนักเรียนควรส่งเสริมหลักการจัดการศึกษา การบรรลุพันธกิจของการศึกษาที่ถูกต้อง และส่งเสริมการทำงานของนักเรียนที่มีประสิทธิผล เพื่อให้บริการที่ตอบสนองความต้องการจำเป็นของนักเรียน

P2:       นโยบายและกระบวนการที่เหมาะสม (Appropriate Policies and Procedures) นโยบายและกระบวนการประเมินต้องมีการจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร และนำไปปฏิบัติ เพื่อให้การประเมินมีความคงเส้นคงวา เสมอภาค และยุติธรรม

P3:       การเข้าถึงสารสนเทศด้านการประเมิน (Access to Evaluation Information) ต้องมีการจัดเตรียมให้เข้าถึงสารสนเทศทางการประเมินของนักเรียนได้ แต่อาจจำกัดเฉพาะกลุ่มนักเรียนหรือกลุ่มคนที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้มีการรักษาความลับและป้องกันการละเมิดความเป็นส่วน

P4:       การปฏิบัติต่อนักเรียน (Treatment of Students) ต้องเคารพในศักดิ์ศรีของนักเรียนในการปฏิบัติการใดๆ ในกระบวนการประเมินผล เพื่อให้ยังคงศักดิ์ศรีและโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาทางการศึกษา

P5:       สิทธิของนักเรียน (Rights of Students) การประเมินนักเรียนต้องสอดคล้องกับกฎหมายและหลักการพื้นฐานในด้านความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นการป้องกันสิทธิและผลประโยชน์ของนักเรียน

P6:       การประเมินที่สมดุล (Balanced Evaluation) การประเมินนักเรียนจะต้องให้สารสนเทศที่ระบุทั้งจุดแข็งและจุด่อน เพื่อให้เกิดการสร้างเสริมจุดแข็ง และระบุปัญหาของนักเรียน

P7:       ความขัดแย้งของผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ควรหลีกเลี่ยงความขัดแย้งของผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น แต่หากจำเป็นต้องเกิด ก็ต้องจัดการอย่างเปิดเผย และตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการและผลการประเมินที่ครึ่งๆ กลางๆ

มาตรฐานด้านอรรถประโยชน์ (Utility Standards)

มาตรฐานด้านอรรถประโยชน์  ช่วยทำให้มั่นใจในประโยชน์ของการประเมินนักเรียน การประเมินนักเรียนที่มีประโยชน์ต้องให้สารสนเทศ ตรงเวลา และมีบทบาทสำคัญในการนำไปใช้ประโยชน์ มี 7 มาตรฐาน ได้แก่

U1         เน้นการสร้างสรรค์ (Constructive Orientation) การประเมินนักเรียนควรมีความสร้างสรรค์ เพื่อให้ได้ผลที่นำไปใช้ในการตัดสินใจ ซึ่งอยู่ในความสนใจของนักเรียนมากที่สุด

U2         นิยามผู้ใช้และการใช้ผลการประเมิน (Defined Users and Uses) ผู้ใช้และการใช้ผลการประเมินนักเรียนต้องระบุให้ชัดเจน เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน

U3         กำหนดขอบเขตของสารสนเทศ (Information Scope) สารสนเทศที่รวบรวมสำหรับการประเมินนักเรียนควรครอบคลุม ครบถ้วน เพื่อตอบคำถามการประเมินได้ครบและระบุความต้องการจำเป็นของนักเรียน

U4         คุณลักษณะของผู้ประเมิน (Evaluator Qualifications) ครูหรือบุคคลที่ทำหน้าที่ประเมินนักเรียนต้องมีความรู้ และทักษะที่จำเป็น เพื่อให้การประเมินดำเนินไปอย่างถูกต้องและทำให้มั่นใจในการใช้ผลการประเมิน

U5         ระบุคุณค่าของสิ่งที่จะประเมินอย่างเปิดเผย (Explicit Values) ในการวางแผนการประเมินนักเรียน ครูและผู้เกี่ยวข้องควรระบุและให้เหตุผลสนับสนุนสิ่งที่ใช้ในการตัดสิน (คุณค่า) ผลการปฏิบัติงานของนักเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจ

U6         การรายงานผลอย่างมีประสิทธิผล (Effective Reporting) รายงานการประเมินนักเรียนควรชัดเจน ตรงเวลา ถูกต้อง และเกี่ยวข้อง สอดคล้องกับสิ่งที่ประเมิน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ใช้ผลการประเมินอื่นๆ

U7         การติดตามผล (Follow-Up) การประเมินนักเรียนควรครอบคลุมกระบวนการติดตามผล เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง และกลุ่มผู้ใช้ผลการประเมินอื่นๆ สามารถเข้าใจสารสนเทศและจัดทำแผนปฏิบัติการติดตามที่เหมาะสม

มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ (Feasibility Standards)

มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ จะช่วยให้ทำให้มั่นใจว่าการประเมินนักเรียนสามารถนำไปใช้ได้ตามแผนที่กำหนด การประเมินที่มีความเป็นไปได้ต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้ มีการจัดการที่ดี และได้รับการสนับสนุนเพียงพอ มี 3 มาตรฐาน ได้แก่

F1:        เน้นการนำไปปฏิบัติจริง (Practical Orientation) กระบวนการประเมินควรนำไปปฏิบัติได้ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่จำเป็นด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ และไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ

F2:        เป็นที่ยอมรับได้ทางการเมือง (Political Viability) การประเมินนักเรียนควรวางแผน และปฏิบัติโดยการคาดการณ์คำถามของนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ใช้กลุ่มอื่นๆ เพื่อให้สามารถตอบคำถามได้อย่างมีประสิทธิผลและได้รับความร่วมมือ

F3:        สนับสนุนการประเมิน (Evaluation Support) การประเมินนักเรียนต้องมีการจัดเวลา และจัดหาทรัพยากรอย่างเพียงพอ เพื่อให้การประเมินดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิผลตามแผน มีการสื่อสารผลการประเมินที่ครบถ้วน และกำหนดกิจกรรมที่เหมาะสม

มาตรฐานด้านความถูกต้อง (Accuracy Standards)

มาตรฐานด้านความถูกต้อง เป็นมาตรฐานที่จะช่วยทำให้มั่นใจได้ว่า การประเมินนักเรียนจะให้ผลการประเมินที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการเรียนรู้และผลการปฏิบัติงานของนักเรียน สารสนเทศที่ถูกต้องจะนำไปสู่การแปลความหมายที่ถูกต้อง

A1:       การเน้นความเที่ยงตรง (Validity Orientation) ควรมีการพัฒนาเกี่ยวกับการประเมินนักเรียนและนำไปปฏิบัติ เพื่อให้การตีความเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของนักเรียนมีความถูกต้องและไม่คลาดเคลื่อน

A2:       การนิยามสิ่งที่คาดหวังกับนักเรียน (Defined Expectations for Students) การคาดหวังผลการปฏิบัติงานของนักเรียนควรนิยามให้ชัดเจน เพื่อให้ผลการประเมินปกป้องตนเองได้ และมีความหมาย

A3:       การวิเคราะห์บริบท (Context Analysis) ตัวแปรนักเรียนและบริบทซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อผลการปฏิบัติของนักเรียน ควรมีการระบุและพิจารณา เพื่อให้ผลการปฏิบัติงานของนักเรียนสามารถตีความได้อย่างถูกต้อง

A4:       กระบวนการจัดทำเอกสาร (Documented Procedures) ในกระบวนการประเมินนักเรียน ควรระบุสิ่งที่มีการวางแผนว่าจะปฏิบัติและสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้สามารถอธิบายและแสดงความสมเหตุสมผลของกระบวนการประเมิน

A5:       สารสนเทศที่ป้องกันตนเองได้ (Defensible Information) ควรมีความมั่นใจในความครบถ้วนของสารสนเทศของนักเรียนที่เก็บรวบรวม เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ดี ที่เป็นไปได้ และปกป้องตนเองได้ และสมเหตุสมผล

A6:       สารสนเทศที่มีความเชื่อมั่น (Reliable Information) ควรมีการเลือกหรือพัฒนากระบวนการประเมินและนำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้สารสนเทศที่มีความเชื่อมั่น/น่าเชื่อถือสำหรรับการตัดสินผลการปฏิบัติงานของนักเรียน

A7:       การระบุและจัดการอคติที่เกิดขึ้น (Bias Identification and Management) การประเมินนักเรียนต้องเป็นอิสระจากอคติ เพื่อให้ผลสรุปที่มีความยุติธรรม

A8:       การจัดการสารสนเทศและการควบคุมคุณภาพ (Handling Information and Quality Control) การรวบรวม การประมวลผล และรายงานผลที่เกี่ยวกับนักเรียนควรมีการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ แก้ไขให้เหมาะสม และรักษาเป็นความลับ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้อง

A9:       การวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ (Analysis of Information) ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการประเมินนักเรียนควรมีการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและถูกต้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการประเมินอย่างมีประสิทธิผล

A10:   การให้ข้อสรุปที่สมเหตุสมผล (Justified Conclusions) ข้อสรุปจากการประเมินเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของนักเรียน ควรรายงานให้มีความสมเหตุสมผลอย่างเปิดเผย เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง และกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ มีความมั่นใจในผลการประเมิน

A11:   การประเมินอภิมาน (Metaevaluation) กระบวนการประเมินนักเรียนควรมีการติดตามตรวจสอบเป็นระยะๆ โดยใช้มาตรฐานที่กำหนดข้างต้น เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ หรือแก้ไขข้อผิดพลาดได้ทันท่วงที และเพื่อเป็นการพัฒนากระบวนการประเมินให้มีคุณภาพตลอดเวลา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: